สิอัม: 4. ก่อนเธอจะมาถึง
posted on 17 Nov 2011 00:34 by assassingao in Fictionปัจจุบัน
เมตตาตายไปแล้ว
ตะวันนอนจมความชราร่วมกับท่อนับร้อยในโรงพยาบาล
และหลังจากเย็นวันนี้
ตะวันจะหมดแสง

ณ เมืองบางไก่
ท้องฟ้าข้างนอกกำลังสดใส
มีเสียงนกร้องเล็กน้อย
กล่อมเขาให้หลับ
แต่เขาก็ยังไม่หลับมาเป็นเวลาอันแสนนาน
ตะวันเป็นพ่อของดวงจันทร์
แต่ก่อนเธอจะมาึถึง
เขารู้สึกเหมือนตะวันลับขอบฟ้า
ไม่มีสิทธิ์ส่องสว่าง
ปัจจุบัน
เมตตาตายไปแล้ว
ตะวันนอนจมความชราร่วมกับท่อนับร้อยในโรงพยาบาล
และหลังจากเย็นวันนี้
ตะวันจะหมดแสง
เขาย้อนภาพความทรงจำทั้งหมด
และหวนรำลึก
อีกครั้ง
---------------------------------------------------------------
ตะวันเคยเป็นผ้าขาว
ตะวันจำได้
ตะวันถูกนำมาเลี้ยงที่บ้านคนใหญ่คนโตแห่งหนึ่ง
ตะวันจำได้
ตะวันได้อยู่ท่ามกลางความมืดมาตลอด
ตะวันจำได้
ตะวันถูกฝึก ถูกเสี้ยมสอน ถูกฝึกให้เป็นเครื่องมือมาตั้งแต่เล็ก
ตะวันจำได้
ตะวันถูกส่งไปสังหารเด็กวัยเดียวกัน พวกบรรดาลูกคนใหญ่คนโต
ตะวันจำได้
ตะวันถูกสั่งให้ไปฝังระเบิดตามสถานที่สำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวกับการปกครอง หลายที่ด้วยกัน
ตะวันจำได้
ระเบิดเหล่านั้นไม่ระเบิด
ตะวันจำได้
ตะวันถูกลงโทษเพราะระเบิดไม่ระเบิด
ตะวันจำได้
ตะวันเลือกที่จะอดทนกับนรก แทนที่จะไปอยู่ในนรก
ตะวันจำได้
อะไรคือบุญคุณ
อะไรคือความเคารพ
ตะวันจำไม่ได้
สิ่งที่ตะวันจำได้ คือตะวันไม่มีทางเลือก
---------------------------------------------------
นายของตะวันเป็นคนค้ายารายใหญ่
ธุรกิจที่อยู่นอกกฎหมายจะมีการจัดการกันเองเสมอ เป็นความสมดุลในระบบของมัน
เป็น การแข่งขันกันในตัว เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจใต้ดิน (มันก็อยู่บนดินมานานแล้ว แ่ต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเรียกว่าใต้ดินเหมือนกัน)
กิจการทุกอย่างจะไม่ผิดกฎหมายจนกระทั่งโดนจับ
กิจการทุกอย่างจะโดนจับก็ต่อเมื่อไม่มีอำนาจพอที่จะต่อรองกับตำรวจ
กิจการทุกอย่างจะมีอำนาจต่อรองกับตำรวจก็ต่อเมื่อกิจการมีรายได้มากพอที่จะส่งเงินให้
กิจการจะมีรายได้มากพอก็ต่อเมื่อสามารถอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันได้
กิจการจะมีการแข่งขันได้ ก็ต่อเมื่อมีคู่แข่ง
กิจการจะมีคู่แข่งได้ ก็ต้องมีการคัดเลือกคู่แข่ง
และการคัดเลือกคู่แข่งนี้เอง ที่เขาจะเป็นคนทำ
ด้วยการไล่เก็บคู่แข่งที่ไม่มีอำนาจพอที่จะแข่งกับนายของตะวัน
เนื่องจากนายของตะวันมีเงินมากพอที่จะยัด ไม่ให้ตำรวจเอาความ
ตะวันจึงสามารถฆ่าเป้าหมายแต่ละคนของตนได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง
กิจการค้ายาจึงดำเนินไปได้อย่างรุ่งเรือง เหลือเพียงคู่แข่งคนเดียว
คุณเมตตา
-----------------------------------------
คุณเมตตาเคยค้ายามาก่อน
แต่คุณเมตตาไม่เคยมีนักฆ่าในมือ เพราะเขาเป็นคนมีเมตตาพอที่จะแข่งอย่างเป็นธรรม
คุณเมตตามีเพียงบุคคลหลายบุคคลที่ทำงานร่วมกัน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของกิจการเท่านั้น
เมื่อศัตรูแข่งอย่างไม่เป็นธรรม คุณเมตตาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนธุรกิจของตัวเอง เพื่อเอาชนะคู่แข่งโดยไม่ต้องเสียเหงื่อ
คุณเมตตาทราบว่า
ยาเป็นสินค้า
ที่มีต้นทุน
มีกำไร
เสี่ยงตรงที่การลักลอบนำมาขายเท่านั้น
นายของตะวันพยายามเปลี่ยนรูปแบบของยา เพื่อทำให้การส่งนั้นแนบเนียนยิ่งขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ยาเป็นสิ่งที่ต้องมีรูปแบบผลิตภัณฑ์เสมอ
เป็นเม็ด เป็นเข็ม เป็นอาหาร เป็นข้าว เป็นลูกอม เป็นขนม เป็นยาพ่น เป็นยาฉีด
ซึ่งถ้าวันไหนถูำกจับได้ จะมีหลักฐานมัดตัวไว้อย่างแน่นหนา
ยากที่จะดิ้นหลุด
คุณเมตตาจึงหันเหธุรกิจมาเป็นธุรกิจค้าประเวณี
เขาไม่เคยเรียกว่าเป็นกิจการค้ากะหรี่
เขาฝังความเลวร้ายของกิจการไว้ภายในคำศัพท์อันเป็นทางการที่สวยหรู
และเลือกที่จะมองแต่ผลกำไรอันสวยหรู
โสเภณีนั้นเป็นสินค้าที่มีชีวิต
สามารถหลบเลี่ยงการจับกุมได้หากตำรวจคิดจะจับ
ไม่มีสิ่งที่แยกโสเภณีกับสตรีธรรมดา
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างไร
งานโสเภณีนั้นขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้า
ถ้าลูกค้าพอใจกันมาก
ลูกค้าก็จะมาอุดหนุนบ่อยๆ
โสเภณีไม่ทำให้เกิดการเสพติดเช่นยา
แต่ก็ให้การเสพติดเช่นเดียวกัน
เสพติดกามารมณ์ ผลข้างเคียงมันน้อยกว่าการเสพยา
ธุรกิจค้ายาเป็นธุรกิจที่จะทำลายตัวเอง
เนื่องจากไม่มีการหากำไรที่หลากหลาย
การมีลูกค้าประจำัที่ซื้อยามาตลอดนั้น แปลความได้สองอย่าง
1. ลูกค้าจะซื้อไปเสพเองเป็นระยะเวลาติดกันนานๆ ซึ่งเสพติดกันไปไม่ถึงสิบปีก็ตาย
2. ลูกค้าจะซื้อไปขายต่อ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการค้าขายของผู้ค้ายา
ดังนั้น ธุรกิจค้ายานั้น จะต้องมีการแพร่กระจายเหมือนกับโรคระบาด
ต้องส่งยาไปให้ถึงผู้คนจำนวนมากที่สุด
แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าส่งไปถึงทุกคนในโลกใบนี้แล้ว
ตายกันหมดโลกหรืออย่างไรกัน
ด้วยเหตุนี้ การค้าประเวณีนั้นจึงเป็นกิจการที่ช่วยให้เขาได้เปรียบธุรกิจค้ายา
การค้าประเวณีไม่กระทบกับเด็ก เด็กไ่ม่สามารถเสพจนไร้อนาคตได้
การค้าประเวณีไม่ต้องมีการผลิตสินค้า เพียงแต่หาผู้หญิงที่พร้อมจะทำ ก็จะอยู่กับเราไปได้ตลอด
การค้าประเวณีนั้นแตกต่างจากการผลิตยา
ต้นทุนของยา เสียเงินเพียงก้อนเดียว
แต่ต้นทุนของโสเภณี ต้องเสียเงินทีละเล็กทีละน้อย เป็นเวลานาน เพื่อเลี้ยงโสเภณีให้อยู่รับใช้กิจการไปนานๆ
คุณเมตตาจึงเริ่มติดต่อสตรีที่หมดโอกาส และต้องการจะหาเลี้ยงชีวิตตนเอง
--------------------------------------------------------------
แต่คุณเมตตาลืมไปว่า
การค้าประเวณีไม่ได้มีเพียงเจ้าเดียว
มีหลากหลายเจ้า้ด้วยกันที่พร้อมจะทำสิ่งเหล่านั้น
ด้วยสารพัดวิธี เช่น การมอมยา การฉุดผู้หญิง
คุณเมตตาจึงต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ในการค้าขาย
คู่แข่งรายอื่นจะต้องฉุดสตรีที่พร้อมจะทำผัว
คุณเมตตาจึงต้องฉุดสตรีที่ไม่พร้อมจะทำผัว
คุณเมตตาเลี้ยงโสเภณีอย่างเอ็นดูและสงสาร
แต่คู่แข่งรายอื่นเขาเลี้ยงด้วยความทรมาน
ผู้ชายชอบร่วมสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตที่ตกอยู่ในความทรมาน
ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีความสุข
ผู้หญิงที่ควรมีความสุข คือผู้หญิงที่เป็นคู่รักของผู้ชายเท่านั้น
นอกนั้นก็เป็นแค่ดอกไม้ริมทาง
คุณเมตตาจึงต้องเริ่มฉุดเด็กมาเลี้ยง ให้เด็กโตมากับความอดอยาก
เพื่อที่เด็กจะได้ไม่บ่น ไม่เรียกร้องสินค้าใดๆ
ให้เป็นเด็กที่มีเพียงจุดประสงค์อย่างเดียว คือโตขึ้นมาเป็นโสเภณี
ให้มีความสุขกับผู้ชายเท่านั้นก็เพียงพอ
แต่สำหรับผู้ชายเหล่านั้น โสเภณีเ็ป็นเพียงสิ่งของที่มีชีวิต
ไม่ใ่ช่มนุษย์
เพื่อผลกำไร คู่แข่งรายอื่นจึงเลือกที่จะให้ผู้ชายทำอะไรกับสิ่งมีชีวิตเพศแม่ของตนก็ได้
แต่เหมือนกับฟ้าจะให้โอกาสเมตตา
เพราะผู้ชายเหล่านั้นเลือกที่จะสนองตอบต่อความต้องการลึกๆ ภายใน ที่ถูกกดขี่ไว้ในสังคมเพียงสองอย่าง
คือตัณหาในการร่วมเพศ กับตัณหาในการทำลายล้าง
ผู้ชายเหล่านั้นเริ่มฆ่า'คู่นอน'ของตน
แลกกับเงินจำนวนมาก
ผู้ที่ดำเนินกิจการเหล่านี้จึงทำอะไรไม่ได้มาก
เพียงแต่นั่งรอความตาย
เพราะพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อย
ได้แต่นอนจมในกองเงิน
จนกระทั่งวันหนึ่ง
พวกเขาขาดอากาศหายใจในกองเงิน
เพราะสิ่งมีชีวิตเพศแม่ทุกคนถูกฆ่าทั้งหมด
คุณเมตตาจึงรุ่งเรืองในการค้าประเวณี
------------------------------------------------------------
คู่แข่งบางคนเน้นที่คุณภาพ
คู่แข่งบางคนเน้นที่ปริมาณ
แต่คุณเมตตาเลือกที่จะเน้นทั้งคุณภาพและปริมาณ
แล้วทิ้งศีลธรรมไว้ข้างหลัง
เขารู้ว่าผู้ชายนั้นต้องการโสเภณีที่ได้รับการดูแลมาอย่างดี
แต่การดูแลเด็กหญิงให้กลายเป็นโสเภณีที่ได้รับการดูแลมาอย่างดีนั้นเป็นเรื่องยาก และเสียค่าใช้จ่ายสูง
เขาจึงเลือกที่จะฉุดสตรีที่มีครอบครัวมีฐานะ
เพราะการดูแลอย่างดัดจริตของพ่อแม่ ที่ทำให้ลูกของตนมีผิวพรรณอันเปล่งปลั่ง มีความสูงศักดิ์
การได้ทำลายสตรีเหล่านี้ด้วยตัณหา เป็นสิ่งที่ผู้ชายเหล่านั้นต้องการเป็นที่สุด
คุณเมตตาจึงรุ่งเรือง
-----------------------
ส่วนนายของตะวันนั้นหมดความสามารถที่จะไปแข่งกับการค้าประเวณีของคุณเมตตา
เพราะว่าสื่อมีการประโคมข่าวต่อต้านยาเสพติด
ลูกค้าเด็กๆ ก็รู้ทัน
ลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่ก็ยังต้องการจะมีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง ไม่อยากให้ยาเสพติดมาทำลาย
ลูกค้าที่เป็นคนแก่ ก็ไม่เสพ เพราะยังไงตนก็ใกล้จะตายอยู่แล้ว
นายของตะวันจึงหมดตัวไปในที่สุด
เมื่อไ่ม่มีเงินที่จะส่งให้กับตำรวจ ตำรวจจึงสามารถตรวจจับผู้ค้ายาบ้ารายใหญ่ได้
ทิ้งไว้เพียงตะวันในวัยหนุ่ม
ตะวันจึงเริ่มกิจการรับจ้าง
และไปสมัครเ็ป็นลูกจ้างในบริษัทเล็กๆ ในเวลาเดียวกัน
-------------------------------------------
ตะวันรับจ้างฆ่าคน ไม่ว่าใครก็ตาม ขอให้มีรูป ตะวันก็สามารถเฟ้นหาได้
แต่ถ้ายิ่งมีข้อมูลมาก ตะวันยิ่งให้ราคาถูก
มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่คนจะมีการเกลียดกัน
มีการโกรธกัน
มีความแค้นต่อกัน
จนอยากจะฆ่าให้ตายกันไปข้าง
และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ตะวันได้ฉายแสง
ท้องฟ้ากำลังสดใส
เมื่อถึงกลางคืน
ตะวันก็ไล่เก็บศัตรูของคนอื่นอย่างไม่เกรงกลัวบาป
เพราะถ้าศัตรูไม่ทำให้บังเกิดความเกลียดชังในคนที่ว่าจ้า่ง
ก็คงไม่โดนใครสั่งฆ่า
--------------------------------------------------
เงินที่ตะวันส่งให้ตำรวจนั้นไม่เคยขาดมือ
เมื่อตะวันฉาย เขาทำงานบริษัทเป็นลูกจ้างต๊อกต๋อย ที่ไม่มีความสามารถอะไร
เมื่อตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว เขาเป็นนักฆ่าในราตรี
ตำรวจจะมีประโยชน์กับสังคมบ้านเมืองก็ต่อเมื่อตำรวจขาดเงิน
ตำรวจจึงไม่มีประโยชน์กับสังคมบ้านเมือง
------------------------------------------------
จนวันหนึ่ง
เขารักคนหนึ่ง
คนที่เขาไม่คิดว่าจะเป็นศัตรูของใครได้
เพราะเธอเป็นคนน่ารัก แม้ว่าจะห้าวๆ ไปบ้าง
แต่ก็ไม่น่าจะมีใครสั่งฆ่าสตรีได้ลงคอ
คุณว่าไหม
----------------------------------------------------------
ตะวันเป็นคนสมถะ เพราะตะวันไม่เคยต้องการอะไร นอกจากได้ฉายแสงยามเช้าและหายลับไปกับขอบฟ้าในยามเย็นเท่านั้น
ถึงท้องฟ้าจะสว่าง
แต่ถ้าไม่มีเมฆ
ก็คงไม่ร่มเย็น
ความรักเปรียบเป็นเหมือนเมฆก้อนนั้น ที่ทำให้ชีวิตของตะวันไม่ร้อนรุ่มจนเกินไป
--------------------------------------------------------------
เวลา่ผ่านไปหลายปี
ตะวันเริ่มสงบร่มเย็น
เพราะเมฆก้อนนั้นมันช่างยิ่งใหญ่
และตอนนี้มีเมฆก้อนเล็กๆ ที่แอบอาศัยอยู่ในท้องของเธอ
--------------------------------------------------------------
วันนั้นก็มาถึง
วันที่ตะวันถูกสั่งให้ปัดเมฆออกไปจากท้องฟ้า
ตะวันไม่ทำ พร้อมกับเอาเงินคืนไป
วันนั้นตะวันเดินกลับบ้านด้วยความงุนงง
จนกระทั่งเขาเดินไปพบสตรีที่กำลังจมกองอาเจียนกับความเศร้าสลด
ตะวันรีบพาเธอไปที่โรงพยาบาลด้วยความสงสาร
กลัวว่าสตรีจะเป็นอะไรไป
ในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าสตรีอยากจะเป็นอะไรไป มากกว่าที่จะอยู่อย่างเจ็บปวด
----------------------------------------------------------------
สตรีคนนั้นไม่ได้อยากอยู่บนโลกใบนี้มากนัก
เธอไม่มีความอดทนกับสิ่งรอบข้าง เพราะเธอถูกเลี้ยงมาแบบประคบประหงม
ไม่รู้จักกับความลำบากแบบที่เขารู้จักในยามเด็ก
เขาไม่เคยรู้จักว่าความรักของพ่อแม่มีหน้าตาเป็นอย่างไร
รู้แต่ว่าเขาจะไม่เลี้ยงลูกให้เป็นทาส
ระหว่างที่เขากำลังเฝ้าอาการเธอ ไม่ให้เธอเป็นอะไรมากไปกว่านี้
เขาออกไปรับโทรศัพท์
เมียของเขากำลังจะคลอด
----------------------------------------
เืมื่อเธอตื่น
เขาพูดปลอบกับเธออย่างนุ่มนวล
จริงอยู่ที่ว่าภรรยาของเขากำลังจะให้กำเนิดอีักชีวิตหนึ่ง
แต่ใกล้กับเขานี้ สตรีนางหนึ่งกำลังจะหมดชีวิต
แล้วเธอก็เริ่มร้องให้ออกมาด้วยความทรมานเต็มหัวใจ
เธอไม่อยากจะถูกลดขั้นเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเพศแม่
เธอกลัวว่าพ่อของเธอจะเห็นเธอเป็นสิ่งมีชีวิตเพศแม่เท่านั้น
เขาเข้าใจ และนั่นเป็นสาเหตุที่เขาไม่เลือกที่จะทำอาชีพแบบนั้น
ถึงแม้เขาจะมีงานรับจ้างปลิดชีพคน
แต่ในบางครั้ง
การเลี้ยงให้อยู่ท่ามกลางความทรมาน เป็นสิ่งที่ทรมานกว่าความตายเสียด้วยซ้ำ
เขารู้เพราะเขาได้เติบโตกับมันมา
เขาเข้าใจพ่อของดวงใจ ว่าอาชีพที่ไม่สุจริต มันมีมนต์เสน่ห์มากขนาดไหน
เหมือนเป็นวิถีทางที่เราได้ปลดปล่อยบาปของเราออกมา โดยที่ยังสามารถแสดงตัวเ็ป็นคนดีต่อหน้าคนอื่นๆ ได้
แต่ถ้าเขาไม่เลิกทำ เมียกับลูกของเขาจะลงเอยเหมือนดวงใจเ้ข้าสักวัน
เขาไม่อยากเสียลูกกับเมีย
แต่เขาไม่อยากจะพรากลูกพรากพ่อ
แต่ถ้าอยู่ต่อไป ชีวิตของเธอจะทรมานยิ่งกว่าไม่มีชีวิต
ทรมานว่าต่อจากนี้ไป เธอจะพบความลับอะไรที่น่ากลัวที่หนักไปกว่านี้ จากบุคคลคนเดียวที่เธอเชื่อใจมาตลอดชีวิต
เธอบอกเขาให้ฆ่าเธอไปซะ เธอกินยาเหล่านั้นเข้าไปก็ไม่ได้อยากอยู่อยู่แล้ว อย่าให้เป็นภาระอะไรเขาอีกเลย
สงสารเธอเถิด
ได้ยินดังนั้น
เขายอม
เธอกอดเป็นครั้งสุดท้าย
ห่มเขาด้วยน้ำตา
นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีอารมณ์สงสารเหยื่อ
เหยื่อที่กำลังถูกทำลายจิตใจ
และเป็นเหยื่อที่จะกำลังจะถูกทำลายชีวิตไปในเวลาอันสั้น
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสั่งให้ตัวเองลงมือเอง
เพื่อเป็นการส่งวิญญาณของเธอไปสู่สวรรค์
ค่าจ้างของเขาไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง
แต่เป็นความสงสารต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ที่ถูกลดขั้นเป็นสิ่งมีชีวิตเพศแม่ตนหนึ่ง ที่จิตใจกำลังแตกสลายลงอยู่บนเตียงแห่งนั้น
เขารอให้เธอร้องให้จนหลับ
เวลาผ่านไปนานนัก
ในที่สุดเธอก็หลับ
เวลาผ่านไปนานนัก
เขาจึงลงมือ
-----------------------------------------------------
การสังหารครั้งนั้นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เรียกน้ำตาออกมาจากผู้สังหาร
ทิ้งเพียงแต่ร่างกายที่ไร้หัวใจและไร้วิญญาณในห้องแห่งนั้น
เขาไม่อยากก่อโศกนาฎกรรม
--------------------------------------------------------
เขากลับไปหาภรรยาที่โรงพยาบาล
ในเวลานั้นตะวันฉายแสง
พบว่าภรรยาของเขากำลังนอนหลับอย่างสงบ
เขากอดเธอแน่น เสื้อผ้าของเขายังนองไปด้วยน้ำตาจากเธอคนนั้น
หลังจากผ่านไปสองสามวัน
ตะวันก็พาเมฆก้อนใหญ่ กับเมฆก้อนเล็กกลับบ้าน
ทิ้งไว้เพียงท้องฟ้าอันสวยงามและสบายตา
เขาอยากให้ลูกของเขาส่องสว่างไปในราตรี
ไม่ใช่กลืนหายไปกับขอบฟ้าเมื่อถึงพลบค่ำ
เธอจึงชื่อจันทร์
เป็นดวงจันทร์ดวงหนึ่งซึ่งจะส่องสว่างให้กับชีวิตของเขาเมื่อถึงกลางคืน
-------------------------------------------
จากนั้น
ตะวัน ตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง จนกระทั่งได้เลื่ิอนขั้นมาด้วยว่าแข็งขัน โดยที่ตะวันเอาชนะการแข่งขันระหว่างเขากับคนอื่น โดยที่้เขาไม่ต้องขันแข่งเรียกความสนใจจากเจ้านาย
เขายังเข้าใจว่ามีคนต้องการฆ่าภรรยาของเขาอยู่
เขาจึงรีบกลับบ้านไปปกป้องหนึ่งในสองสิ่งที่มีค่า
เป็นตะวันดวงเล็กๆ ที่พร้อมจะสาดแสงศัตรูของเมฆก้อนนั้นให้แสบตา
------------------------------------------------
ในที่สุด
วันนั้นก็มาถึง
วันที่เขาต้องปกป้องด้วยปุ่มปืน
เขากลับมาถึงบ้าน
วันนั้นไฟดับ
เขารู้ เขาเข้าใจ
ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
เขาบอกให้เมฆสองก้อนเข้าไปลอยตัวในห้องน้ำ
มันกำลังจะมา
-----------------------------------------------------
ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนเข้าไปในห้องแห่งนั้น
ปุ่มปืนปกป้องปังปังเปรี้ยงเปรี้ยง
ชายฉกรรจ์สี่คนร่วงลงไปกับพื้น
ตะวันหยิบมีดทำครัวมาจากที่ลับแสง
แล้วเริ่มสับแทงอีกหลายคนเข้าด้วยกัน
เขาหยุดตัวยเองไม่ให้ฟาดฟันคนสุดท้าย
แต่ยิงเท้ามันทั้งสองข้างให้อันตรายไม่ถึงชีวิต
เขาเริ่มสอบสวนว่าใครสั่ง
มันก็ยังไม่ยอมเปิดปาก
เขาเริ่มสอบถามด้วยมีดนั้น
กรีดแทงเีสียงสนั่น
ตั้งแต่หัวยันหัวแม่เท้า
กรีดบางๆ เช่นนี้ได้สิบกาล
ความเจ็บปวดก็ครวญคราง
แต่มันก็ยังไม่ยอมเปิดปาก
เขาจึงเริ่มอำมหิต
ด้วยการเอามือบีบคอมันไว้อย่างแน่น
ตะโกนลั่น
มึงจะบอกกูไหม
เขานั่งคร่อมมันใหม่
มีดอันใหญ่ค่อยๆ เข้าใกล้ดวงตา
ก่อนที่ใบมีดจะปะทะกับดวงตา
มันก็ยอมเปิดปากอ้า
กล่าวหาว่าเจ้านายของตะวันนั้นสั่ง
ตะวันกล่า่วว่าเจ้านายนั้นทำงานบริษัท
จะเลวเยี่ยงสัตว์ขนาดที่จะพรากลูกเมียเชียวหรือ
มันสบถกลับ
จะงานการใด
สุจริตขนาดไหน
คนก็เลวได้ทั้งนั้น
ตะวันเข้าใจ
และกำีมีดแน่น
ถ้ามึงเลวจัญไร
ตะวันตะโกนใส่
มึงก็ช่วยมาใหม่
ตะวันตะโกนซ้ำ
เอาสิ่งนี้กลับไปให้เจ้านายมึงดู
ตะวันต่อยมันให้สลบ
กระทืบซ้ำจนครบ
ก่อนที่จะควักดวงตาออกมาทั้งสองข้าง
แล้วปักมีดกลางหัวใจ
เขาเดินต่อไปยังที่ทำงาน ท่ามกลางกลางคืน
โดยให้ลูกกับเมียซ่อนไว้ในห้องน้ำ
เขาทิ้งมันไว้หน้าที่ทำงาน
เขารู้ว่าเจ้านายจะตื่นเช้ามารับหน้า
พรุ่งนี้เจ้านายเขาจะเห็นศพนอนแผ่ต้อนรับเขาเขา้มาทำงาน
พรุ่งนี้เขามีงานต้องทำ
-------------------------------------
เจ้านายเขาพบศพ
เ้จ้านายเขาแทบสลบ
ตอนแรกเขาส่งคนไปหานักฆ่ามือฉมัง ที่มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์
โดยที่ไม่รู้ว่านักฆ่าคนนั้นคือสามีของภรรยาของตะวัน
เขาเสียเงินไปมาก ในการจ้างวานรายอื่นๆ ไปฆ่าภรรยาและลูกของตะวัน
เพราะเขาไม่อยากให้ตะวันว่อกแว่ก รีบกลับบ้านตลอดเวลา
ตะวัน เป็นเครื่องมือชิ้นดีที่สุด ที่เขาจะใช้เพื่อดึงบริษัทให้เจริญรุ่งเรือง เขาจะยอมให้มีอะไรมาเบี่ยงเบนความสนใจของตะวันไปจากการงานไม่ได้ เพราะตะวันเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่สำคัญ ท่ามกลางกลไกอันยุ่งเหยิงในบริษัทนี้
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาผ่านการฆ่ามาเยอะ
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แม้ว่าทั้งสองจะเป็นเมฆสองก้อนที่คอยบดบังตะวัน
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ท้องฟ้าร่มเย็น
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ฆ่ากันเพียงแค่นี้ ไม่ทำให้เขาสะทกสะท้าน
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แม้ว่าเขาจะเลิกฆ่าไปได้สักพัก
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาก็ไม่ได้เกรงกลัวความตายแต่อย่างใด
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพราะเขาเติบโตมากับมัน
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาถูกปลูกฝังไม่ให้เห็นคุณค่าในมนุษย์
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่เหมือนกับเจ้านายของเขา
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เจ้านายของเขาค่อยๆ ลดคุณค่าสิ่งมีชีวิตลง เพื่อสิ่งที่ไม่มีชีวิต
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้ายิ้ม เพื่อสิ่งที่ไม่มีชีวิตที่เราเรียกกันว่าอุดมการณ์
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสีหน้า เข้าไปปลดเปลื้องภาระภายในสำนักงาน
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วยสี ที่อยู่ในมือข้างหนึ่งของเขา
ตะวันเดินออกจากบ้านด้วย ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
ตะวันเดินออกจากบ้าน สู่ห้องทำงานของเจ้านาย
ตะวันเดินออกจาก ชีวิตอันทุจริต
ตะวันเดินออก กำลังจะหยุดเดิน
ตะัวันเดิน ก่อนจะหยุดนิ่ง
ตะวัน เดินไปหาเจ้านาย
ตะวัน กำปืนไว้แน่นในอีกข้างหนึ่ง
ตะวัน โยนลูกตาทั้งสองดวงใส่เจ้านาย
ตะวัน พบว่าเจ้านายกำลังทรมานด้วยความเกรงกลัว
ตะวัน ปล่อยให้เจ้านายจมความกลัวไปสักพัก
ตะวัน ปล่อยให้เวลาผ่านไปพักหนึ่ง
ตะวัน เป่าปืนปล่อยเปรี้ยงให้ปังปังด้วยไข้โป้ง
ตะวัน เป่าจนปืนไม่เป่าเปรี้ยงอีกต่อไป
ตะวัน บรรจุเชื้อโรคไข้โป้งเข้าไป
ตะวัน เป่าเปรี้ยงต่อไปอีกพักหนึ่ง
ตะวัน ทำเช่นนี้จนเป่าเปรี้ยงไปได้สามแม็กด้วยกัน
แล้วตะวันก็เดินกลับบ้าน
พาเมฆทั้งสองของเขา
หนีไปไกลแสนไกล
--------------------------------------------------
แต่ไกลไม่พอ
ในที่สุดความสงสารครั้งนั้นก็กลับมาเล่นงานเขา
คุณเมตตาเปี่ยมไปด้วยความไร้เมตตามาหลายปี เขาตามตะวันเจอ
คุณเมตตามีลูกน้องมากพอที่จะยึดเมืองเมืองหนึ่งไว้ได้
วันนั้นตะวันกำลังรับเมฆของเขากลับบ้านจากโรงเรียน
แต่ก็มีรถขับตามเขามาร่วมสิบคัน
ลูกน้องทั้งหมดในรถสิบคันลงมาจากรถ พร้อมกับคุณเมตตา
ปืนหลายสิบกระบอกจ่อที่่ตัวเขา
เขาเดินลงมาจากรถด้วยความร้อนรน
ก่อนที่คุณเมตตาจะเข้ามาให้ไข้โป้งกับเขาด้วยตัวเอง
เขาตะโกนด่าคุณเมตตาว่าเลวจัญไร
ดวงใจตายเพราะดวงใจอยากตาย
ไม่เช่นนั้นดวงใจจะลงเอยไปที่โรงพยาบาลทำไม
ดวงใจตายเพราะเธอรู้ว่าคุณเมตตาเอากะหรี่มาหากิน
ดวงใจตายเพราะเธอรู้ว่าแม่ของเธอฆ่าตัวตายเพราะคุณเมตตาเอากะหรี่มาหากิน
ดวงใจตายเพราะเธอได้รู้ว่าคุณเมตตาไม่มีความเมตตา
ตอนนั้นจันทร์หลับสนิทในรถ
คุณเมตตาชะงักงันไปสักพัก
---------------------------------------------------
ในที่สุดคุณเมตตาก็ให้ข้อเสนอ
แม้จะไม่เป็นธรรมนัก แต่ก็ยังดีกว่าดับแสง
คุณเมตตาขอเสนอเอาจันทร์ไปเลี้ยงเป็นลูก
แลกกับลูกที่ตนเสียไปเพราะตะวัน
เขายอม
เขากอดลูกเป็นครั้งสุดท้าย
ห่มลูกด้วยน้ำตา
ตะวันเชื่อว่าคุณเมตตาจะรักลูกของตนมากพอที่เขารักลูกสาว
ตะวันเชื่อว่าดวงจันทร์จะไม่ดับแสงท่ามกลางกลางคืน
ตะวันจำไม่ได้ว่าจันทร์ต้องการแสงจากตะวันขนาดไหน
สิ่งที่ตะวันจำได้ คือตะวันไม่มีทางเลือก
----------------------------------------------------------
ตะวันขับรถกลับไปอย่างไร้ตะวัน
ตะวันไม่มีหน้าที่จะักลับไปบอกเมฆก้อนนั้นว่าตนพรากเมฆอีกก้อนไป
ตะวันส่งข้อความ
ว่าตะวันจะหายไป
แล้วตะวันก็ทิ้งมือถือไป
ออกเดินทางท่ามกลางพันธนาการ
ตะวันต้องการอยู่ต่อไป
-----------------------------------------------------------------------
ตะวันเลือกที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง
เขาเข้าไปมอบตัว
มอบตัวกับสถานีตำรวจที่เขาเคยส่งเงินให้
เวลาผ่านไปนานมากแล้ว ตั้งแต่ตอนนั้น
คนแก่ๆ ที่นั่นอาจจะจำเขาได้
เขาเข้าไปมอบตัว ไม่ใช่เพราะเขาต้องการไถ่บาป
แต่เขาต้องการเป็นเพียงเครื่องมือ
เครื่องมืออันยุติธรรม
---------------------------------------------------------------------------
เขาเริ่มให้ข้อมูลหลายสิ่งหลายอย่างกับตำรวจ
ตั้งแต่ กลไกการทำงานของสิ่งผิดกฎหมาย ยันทุกเรื่องที่เขารู้ ทั้งเคล็ดลับในการฆ่าให้เร็วที่สุด ไวที่สุด โดยที่ไม่มีหลักฐานให้จับมาเป็นเวลาเป็นปีๆ
ณ ตอนนั้น การขายยาได้หมดไปจากประเทศสิอัมแล้ว เหลือเพียงแต่การค้าประเวณีกับการลอบสังหารเท่านั้น
สิ่งเหล่านี้ นักการเมืองหลายรุ่นหลายสมัยได้หวังว่าจะปราบให้หมดไปจากประเทศสิอัม หรืออย่างน้อยๆ ก็หมดไปจากเมืองบางไก่
แต่นโยบายเหล่านั้นเป็นเพียงเครื่องมือในการหาเสียงมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะจำความได้
การที่จะหวังให้การเมืองมาทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ก็เหมือนกับการขายตัวแล้วหวังว่าจะได้สามี
มันไม่มีทาง
ในเมื่อนักการเมืองเหล่านั้นก็ได้ประโยชน์จากธุรกิจอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย
วันนี้แหละ
เขาจะทำให้ทุกอย่างถูกต้อง
เขาคิดเช่นนั้นในวันนั้น
ถ้ากระทั่งกองกำลังที่รักษาความถูกต้องนั้นยังทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนตน ก็รังจะมีแต่ความไม่ถูกต้องทั่วไปในสังคม
เมื่อนั้น
เขาเริ่มสนิทกับนายตำรวจคนหนึ่ง
ที่เล็งเห็นความสำคัญของตะวัน
นายตำรวจคนนี้รักความถูกต้องเป็นอย่างมาก
และเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา
น่าเสียดายที่ความถูกต้องก็เป็นอุดมการณ์
---------------------------------------------
เขาเริ่มอธิบายถึงนายตำรวจทุกๆ คนที่เขาเคยยัดเงินให้
นายตำรวจคนนั้นก็นำเรื่องแจ้งไปยังหัวหน้าคนเดียวที่เขาไว้ใจ ซึ่งมีความเชื่อในอุดมการณ์ความถูกต้องเหมือนกัน
ตลอดเวลาหลายสิบปีที่พ้นผ่าน นายตำรวจกับหัวหน้าตำรวจได้เลื่อนยศขึ้นเรื่อยๆ จนมีอำนาจพอที่จะสั่งการให้ทุกอย่างนั้นถูกต้อง
กิจการค้ากะหรี่ของคุณเมตตาถูกปิดตัวลงไปหลายแห่ง นักการเมืองและนายตำรวจที่เกี่ยวข้องก็ถูกปลดออก
โรงเรียน ต่างๆ ก็มีการป้องกันอย่างแน่นหนา มีตำรวจเฝ้ารักษาการณ์ยี่สิบคนต่อนักเรียนหนึ่งห้องเรียน ซึ่งก็ช่วยให้นักเรียนมองตำรวจในแง่ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ที่ต้องป้องกันโรงเรียน เพราะธุรกิจค้ากะหรี่มักจะขโมยนักเรียนหญิงไปมาก มากเสียจนต้องมีการป้องกันอย่างแน่นหนาจนไม่มีใครสามารถทำอะไรได้อีก
ว่ากันว่าทุกๆ ระยะสิบเมตรต้องมีตำรวจหนึ่งนาย
ส่วนตะวันก็เริ่มแก่ตัวลง
เวลามันผ่านไปนานมาก
นายตำรวจเริ่มยื่นข้อเสนอด้วยความสงสาร
เขาค้นพบงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองยืดชีวิตมนุษย์
เพื่อความถูกต้องและเป็นสุขของชีวิตมนุษย์
นายตะวันจะทำไหม
-------------------------------------------
นายตะวันจำวันนั้นได้ดี
เพราะเป็นวันที่เขานอนที่เตียงแห่งนี้
แรกๆ ก็มีนักวิทยาศาสตร์เข้ามาบันทึกผลการทดลอง
นายตะวันกลายเป็นเครื่องมือในการทดลองเพื่อมวลมนุษยชาติ
เขาทำเช่นนั้นเพื่อทดแทนกับชีวิตจำนวนมากที่เขาได้พรากไป
แรกๆ นายตะวันก็พูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์ได้
แต่หลังๆ เขาพูดไม่ออก
นักวิทยาศาสตร์จึงเจาะท่ออะไรสักอย่าง เหมือนเป็นวิทยาการที่เขาไม่อาจเข้าใจได้ เข้าไปในกล่องเสียงของเขา
เสียงที่เขาพูดนั้น จะดังออกมาจากเครื่องมือบางอย่าง เป็นสิ่งที่ใช้จำลองเสียง
กระทั่งความคิดเขาก็ไม่เป็นอิสระ นักวิทยาศาสตร์สามารถผลิตเครื่องมือซึ่งจะแสดงความคิดทุกอย่างให้เห็นเป็นภาพโฮโลแกรม
มันจึงไม่ยากนักที่ทำให้เขาจำได้
ก็ในเมื่อมันถูกแสดงให้เห็นกับตา หลังจากเวลาหลายสิบปีที่ผ่านพ้นจากจอสองมิติ
ใครเล่าจะจำไม่ได้
--------------------------------------------------
เขารู้ว่าเทคโนโลยีในการจำลองความคิดนั้น ถูกกฎหมายบังคับให้ใช้ได้แต่กับนักโทษ ซึ่งมีประโยชน์มากในการสอบสวน เพราะการจำลองความคิดบางอย่่างนั้น จะถูกบันทึกไว้ดูได้ซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆ
ว่ากันว่าโสเภณีหมดคุณค่าไปตั้งแต่เทคโนโลยีนี้ถูกวิจัยขึ้นมา
เราก็คงรู้กันว่าเพราะอะไร
------------------------------------------------------
มันเป็นเวลานานมากแล้ว
เมตตาตายไปนานแล้ว ตายไปตั้งแต่ก่อนที่ตะวันจะโดนเสียบท่อเข้าไปในปาก
ตอนนี้สายระโยงระยางหลายเส้นอยู่บนตัวเขา
เขา จำได้ลางๆ ว่ามันค่อยๆ เสียบเข้าไปทีละเส้น เพื่อดูแลอวัยวะทั้งหมดให้อยู่ในสภาพการณ์ที่ใช้ได้ เพื่อบังคับให้เซลล์เหล่านั้นผลิตตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง
มีหลายท่อที่เป็นเพื่อนเขาตลอดมา ตั้งแต่ท่อเร่งปอด ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ปอดทำงานอยู่ตลอดเวลา
ท่อจับใจ ซึ่งก็คือท่อที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจนั่นแหละ เนื่องจากเส้นเลือดจากหัวใจของเขามันเริ่มเืสื่อมตั้งแต่ผ่านไปสักพัก
ท่อ กระตุ้นกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อบางส่วนทำงาน และควบคุมได้ด้วยสมอง จากกระแสไฟฟ้าภายนอก แต่ตอนนี้กระแสไฟฟ้าเริ่มเสื่อมไปแล้ว เขาจึงขยับไม่ได้กระทั่งลูกตา
ท่อน้ำตา เป็นท่อที่เสียบไปในเปลือกตา เพราะเขากระพริบตาไม่ได้ จึงต้องมีน้ำตาหล่อเลี้ยงอยู่เป็นพักๆ
ท่ออวัยวะเพศกับท่อทวารหนัก
ท่อสารอาหาร ดูเหมือนจะพัฒนามาจากน้ำเกลือ ส่งต่อไปยังระบบต่างๆ ให้สารอาหารกับร่างกายอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ร่างกายอดตาย
ปัจจุบัน กระดูกของเขาเสื่อมจนเขาดูเหมือนก้อนเนื้อก้อนหนึ่งที่ปั้นเป็นรูปคน ก้อนกระจุกอยู่บนเตียง
ตะวัน คิดถึงเพื่อนที่เป็นนายตำรวจคนนั้น เขามาเยี่ยมครั้งสุดท้ายเมื่อตอนที่เขากำลังจะเสียบท่อเร่งปอด จำได้ลางๆ ว่าตอนนั้นนายตำรวจก็มีท่อระโยงระยางเต็มไปหมดเหมือนกัน แต่ยังพอเดินได้บ้าง
สงสัยว่าตำรวจนายนั้นจะตายไปก่อนที่การวิจัยท่อกระตุ้นกล้ามเนื้อจะเป็นผลสำเร็จ น่าเสียดาย
------------------------------------------------------
ปัจจุบัน เมตตาตายไปแล้ว
ตะวันนอนจมความชราร่วมกับท่อนับร้อยในโรงพยาบาล
และหลังจากเย็นวันนี้
ตะวันจะหมดแสง
ก่อนหน้านี้ เมื่อลูกตาเขาฝ่อ แพทย์จำเป็นต้องควักลูกตาเดิมของเขาออกมา
แต่ เนื่องจากว่าไม่สามารถเอาท่อน้ำตาออกได้ แพทย์จึงต้องเสียบท่อเข้าไปในลูกตาของตะวันแทน เชื่อมต่อกับลูกตาเทียม ทำด้วยเหล็กชนิดหนึ่ง มีความทนทานเป็นอย่างสูง แล้วลูกตาเทียมนี้ไว้บนเพดาน
เขามองเห็นตัวเองมาเป็นเวลานาน
ได้เห็นสภาพความเป็นไปตลอดเวลา
ตั้งแต่ ก่อนจะผ่าตัดทำตาเทียม เขาไม่สามารถนอนหลับได้มาเป็นเวลานานแล้ว เนื่องจากมีท่อเีสียบไปยังสมอง กระตุ้นประสาทให้ืตื่นอยู่ตลอดเวลา
แต่อย่างน้อยตอนนั้นเขาก็หลับตาได้
แต่เมื่อเปลี่ยนตา เขาก็มองเห็นตะวันนอนอยู่บนเตียงมาเป็นเวลานาน
เขาได้ย้อนรำลึกถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเนิ่นนานอยู่หลายครั้ง เพื่อหวนคืนถึงความทรงจำเหล่านั้น ให้ปรากฎพบกับตาของเขาเอง
เขาร้องให้อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจ เพราะท่อน้ำตามันหยดลงไปยังหลุมในตาเขาตลอด
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
เขามองเห็นตัวเองอยู่บนเตียง เต็มไปด้วยสายระโยงระยาง จมอยู่ท่ามกลางความชราของตน
หลังจากที่ให้แสงสว่างกับสังคมที่เขาอยู่มาเป็นเวลานาน จากความมืดมิดของชีวิตตน
ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนมีความหวัง จากความสิ้นหวังของเขา
เป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืด ที่แผดเผาตนจนทรมาน
เป็นเครื่องมือสู่ความรุ่งโรจน์ของสังคม
เป็นความถูกต้อง จากความผิดพลาด
ณ ตอนนี้
เขามองเห็นศพตัวเอง
ท้องฟ้าสดใส
ไม่มีเมฆและตะวัน
--------------------------------------------------------------------------------
มนุษย์ทดลองรุ่นแรกของประเทศสิอัม เมืองบางไก่ ตายลงหลังจากที่อยู่บนโลกใบนี้มาได้สามร้อยกว่าปี
ประกาศข่าวจากสำนักงานข่าวแ่ห่งหนึ่งในประเทศสิอัม
ไม่มีใครรู้จักเขา
---------------------------------------------
เขาลอยละล่องไปจากสิ่งที่เคยมีชีวิต
วิญญาณเขาลอยไปได้พักหนึ่ง
มองเห็นห้องภายนอกจากวิญญาณ
ก่อนที่จะถูกกลืนกินอย่างหิวกระหาย
สิ่งที่ตะวันจำได้
คือตะวันไม่มีทางเลือก
edit @ 17 Nov 2011 00:52:01 by assassingao