พิมพ์ในฐานะที่มันเป็นการบ้าน เลยเอามาให้ดูกัน

หัวข้อ:  นักเรียนจะทำอย่างไรให้เยาวชนไทยมาสนใจการเรียนมากกว่าการติดเกม

จำนวนหน้า: 1 หน้า A4 กับอีก 3/4

โดย: ข้าพเจ้าเอง

 

---

ปัจจุบัน เกมเป็นหนึ่งในจำเลยของสังคม ด้วยการประโคมข่าว และการใส่ไข่ใส่สีจากทางสื่อ ส่งผลให้ผู้ปกครองและเด็ก มีมุมมองต่อเกมต่างกันโดยสิ้นเชิง การติดเกมนั้น หากวิเคราะห์อย่างง่าย ไม่ใช่เป็นกาารติดเกมแบบยาเสพติด ว่าง่ายๆ คือ ไม่จำเป็นต้องเล่นมันทุกวัน ทุกๆครั้งที่เล่นอาจเป็นเกมเดียวกันหรือหลายเกมก็ได้ แค่เด็กนั้นจะติดความรู้สึกที่เกให้ ความรู้สึกว่าประสบความสำเร็จ ชัยชนะ การได้พูดคุยกับคนในเกม มิตรภาพ ความแปลกใหม่ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ต้องใช้เวลานานนับปีถึงจะได้พบเจอในโลกความจริง

เกม นับเป็นทางเลือกหนึ่งที่เยาวชนใช้ในการผ่อนคลาย เพราะมันเข้าถึงง่าย ไม่ต้องใช้เวลานานในการฝึกฝน ไม่เหมือนการเล่นกีฬา เล่นดนตรี หรือการผ่อยคลายวิธีอื่นๆ ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า แต่ผู้ให้บริการเกมบางรายก็ฉวยโอกาส เปิดบริการขายของในเกมแลกกับเงินจริงๆ เพื่อให้ได้ซึ่งชัยชนะกับผู้เล่นที่เลือกจะควักกระเป๋่าจ่าย (ผู้ให้บริการ ณ ที่นี้ คือบริษัทบริการเกม บริษัทใหญ่ๆ เช่น asiasoft)  ซึ่งการกระทำเช่นนี้เอง ที่จะทำให้เยาวชน ขโมย ปล้นจี้ ได้ เพราะเยาวชนส่วนใหญ่ไม่ได้หาเงินด้วยตัวเอง จุดนี้เองที่ทำให้ผู้ใหญ่มองว่ามันร้ายแรงกว่ายาเสพติด จึงมีการออกกฎหมายควบคุม ทำให้ผู้ประกอบอาชีพทำร้านเกม เดือดร้อนไปตามๆ กัน

สาเหตุที่เกิดปัญหาจากเกม ก็เพราะมาจากความเครียด เกม แม้ว่าจะทำให้ผู้เล่นผ่อนคลายได้ แต่เกมนั้นก็ทำให้ผู้เล่นเครียดได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อพ่ายแพ้หนักๆ เข้า ก็เหมือนกับการแพ้การแข่งขัน อันผู้เล่นจะพบกับความเสียใจ ซึ่งแต่ละคนจะมีวิธีทำใจต่างกันไป

ซึ่งความเครียดนี้เอง ที่ทำให้ผู้คนหันมาเล่นเกม แทนที่จะตั้งใจเรียนแล้วเครียดไปวันๆ หากผู้ปกครองหันมาดูแลเยาวชน ใส่ใจกับพวกเขาบ้าง ผู้ปกครองก็จะเข้าใจถึงสาเหตุที่ลูกของตนหันมาเล่นเกม และสามารถเข้าใจลูกได้มากขึ้นอีกด้วย หากผู้ปกครองเจียดเวลามาลองเล่นเกมกับลูกบ้าง โดยให้ลูกช่วยสอน ก็จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้มากขึ้น

การเรียนในอนุบาลหรือกระทั่งประถม ไม่ทำให้นักเรียนเครียด ทั้งยังแปลกใหม่ สนุก ตามประสาวัยเด็ก ปัญหาที่เด็กติดเกมนั้น ไม่ใช่เพราะว่าเกมมันน่าเล่น แต่เกมเป็นหนึ่งในหนทางที่จะผ่อนคลายความเครียด ซึ่งหากถูกล้มล้างไป ก็ย่อมจะมีหนทางใหม่ๆ ในการระบายความเครียด ที่แย่ และอันตรายต่อเยาวชน มาแทนที่เกม ปัญหานั้นมาจากการศึกษา มิใช่เกม การศึกษาในสมัยนี้สอนแต่สิ่งที่เด็กไม่จำเป็นต้องเรียน และหนักเกินกว่าที่เยาวชนควรได้รับ ด้วยภาระและการบ้านที่ครูอาจารย์หมั่นประเคนให้ในแต่ละวัน ทำให้เด็กเครียด ไม่มีเวลากระทั่งจะผ่อนคลาย ครั้นเมื่อเด็กจะผ่อนคลาย ก็ไม่ได้ทำงาน ไปโรงเรียนโดนอาจารย์ทำโทษ และให้งานเพิ่มมาอีก ซึ่งจะคอยกดดันเด็ก จนบางครั้งเด็กก็ไม่รู้จะหาทางออกทางไหน นอกจากทนทำการบ้านที่ไม่อยากทำ จำเจ ซ้ำซาก และน่าเบื่อ การไม่ให้อิสระกับนักเรียน ขัดกับนโยบายที่จะให้เยาวชนของชาติที่ให้เด็กรู้จักคิด รู้จักทำ และโตขึ้นมาโง่เฉพาะทางแทน ทำได้แค่ตามคำสั่งไปวันๆ

การศึกษา ควรจะถูกเปลี่ยนแปลงให้นักเรียนมีอิสระ ได้ทดลองถูกผิดด้วยตัวเอง ซึ่งจะน่าสนใจกว่าการทำตามคำสั่งของอาจารย์คำต่อคำ ยิ่งนัก หากทำให้การศึกษา สนุก ตื่นเต้น น่าสนใจ ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่ว่าเด็กคนไหนๆ มันก็หันไปเรียน

หากเราสามารถสอนวิธีที่จะทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง อย่างที่ครูอาจารย์ในปัจจุบันทำกันอยู่ เยาวชนไทนจะโง่ซ้ำลงไปอีก คนแต่ละคนมีวิธีเรียนรู้ต่างกัน หากเราบังคับให้เยาวชนอ่านหนังสือ แต่เยาวชนบางคนสามารถเรียนรู้ได้ดีกว่า ด้วยการทดลองทำ นั่นหมายถึงว่าเรากำลังดึงเขาไม่ให้เรียนรู้ได้เร็วเท่าที่ควร

ปัจจุบันผู้ใหญ่ไม่ยอมให้อิสระกับเยาวชน ด้วยความที่พวกเขาเชื่อว่าเด็กนั้น ทั้งโง่ ไม่มีประสบการณ์ มีแต่ความคิดที่จะทำให้เกิดอันตราย จึงตั้งกฎระเบียบ บังคับเยาวชนทุกกระเบีียดนิ้ว ตั้งแต่เครื่องแต่งการยันพฤติกรรม แล้วเด็กที่ไหนมันจะไปอยากเรียน

สิ่งที่มีอยู่นั้น ย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา หากเราไม่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เราก็อยู่ไม่ได้ หากเยาวชนไม่มีสิทธิ์ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง ในถิ่นที่เขาต้องอาศัยอยู่ในการเรียนรู้ หากการเรียนรู้ไม่ยอมเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เยาวชนจะเลือกสิ่งที่เข้ากับยุคสมัยของพวกเขา มากกว่าสิ่งที่เก่าแก่คร่ำครึอย่างการศึกษาหรือการเรียน

ข้าพเจ้าตระหนักดี ว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ แต่เยาวชนนั้นเริ่มลดความสำคัญของการศึกษาลง ด้วยความซับซ้อนของมัน และอีกหลายเหตุผล จึงทำให้เยาวชนเลิกที่จะเรียนแล้วไปทำสิ่งอื่นๆ

หากนักเรียนสามารถส่งผลกระทบ ออกสิทธิ์ออกเสียงได้ ให้การศึกษามีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี โดยที่มีคนรับฟัง (ไม่ใช่ออกเสียงแล้วไม่ทำอะไร) การศึกษาก็จะไปในทางที่ดีขึ้นได้ สมกับที่เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งยอมให้เยาวชนออกความคิดเห็น เปลี่ยนรูปร่างของการศึกษาตามหลักของระบอบประชาธิปไตย ให้อิสระกับเยาวชนในการเลือก ในการตัดสินใจ ซึ่งจะก่อให้เกิดความรู้กับเยาวชนยิ่งๆ ขึ้นไป อันเป็นความรู้ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน

สรุปแล้ว ปัญหาที่เด็กเลือกเล่นเกมแทนที่จะไปเรียน ก็เพราะว่าการเรียนนั้นเครียด ยาก โดยที่ไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนคิด ทำให้การเรียนนั้นไม่สนุกและไม่ได้ความรู้เลย เด็กจึงเลือกที่จะเล่น มากกว่าจะเรียน เพื่อเอากระดาษแผ่นเดียวมาประดับห้อง แทนที่จะได้ความรู้มาใช้สอยในวัยทำงาน ปัญหานี้ต้องแก้จากระบบการศึกษที่ไม่ให้ทางเลือกกับผู้เรียน ไม่ใช่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ข้าพเจ้าเชื่อว่า หากการศึกษาไม่น่าเบื่อ มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ตามทัศนคติของนักเรียน ก็ย่อมไม่มีปัญหาที่เด็กต้องหันไปพึ่งเกม เพียงเพราะการศึกษานั้นเป็นการเรียนที่ไม่เข้าจุด เครียด และหนักสมอง และเกมก็เป็นที่พึ่งชั่วคราวที่เด็กจะหลบเลี่ยงจากการเรียนได้

edit @ 2 Aug 2009 21:13:50 by Assassingao

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

B+

confused smile confused smile

#1 By โลกมืด on 2009-08-02 21:22

Hot! Hot!

#2 By Nil on 2009-08-02 21:50

อยากให้กระทรวงศึกษามันคิดแบบนี้ซักคน

#3 By -icepanda- (125.27.42.176) on 2009-08-02 22:01

ไอ้ปัญญาอ่อน

5555555555555555+


ปล. เก้า ถ้าอึดอัดมากก็ห่ที่ระบายซะ

#4 By Akai Kishin on 2009-08-02 22:34

ในด้านความคิดความเห็น ถือว่ามีอิสระ ไม่ผิด และ กล้าที่ทำสิ่งใหม่ๆ

การที่มนุษย์ทั่วโลกขัดแย้งและเห็นสิ่งอื่นๆนั้นผิด เพราะ ไม่เคยเลยที่จะเข้าใจมันตั้งแต่ต้น

แต่กระนั้น การศึกษาวิชาต่างๆ มันเกิดจากการรวบรวม สรรพความรู้วิทยาการตั้งแต่สมัย หลายพันปีก่อน คริสตกาล ตั้งแต่ อิยิปต์ เมโสโปเตเมีย กรีก โรมัน ยุคกลาง และต่อต่อมา ทั้ง คณิต วิทย์ สังคม ศาสนา พลศึกษา กฏหมาย ศิสปะ และอีกมากมาย จะพูดว่ารูปแบบการศึกษานั้นย่ำแย่เสียทีเดียวไม่ได้ เพียงแต่การจัดระบบนั้นไม่ถูกเท่านั้นเอง เพราะในสมัยก่อน วิทยาการเกิดจาก COPY และ ADAPT ปรับปรุง มาเป็นพัน พัน ปี หากจะเอาแต่คิด ทดลอง โดยมิได้ เห็นสิ่งเดิมแท้

อนึ่ง คนสมัยก่อน อาจจะพูดได้ว่า สมัยเด็ก พวกเขามิได้เล่น เกม กด หรือ เกม ฟามิคอน เพื่อคลายเครียด แต่เป็นวิธีอื่น จึงไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นเต่าล้านปี เพราะ มุมมอง เหล่านั้น ก็มีเหตุผลที่อ้างได้เช่นกัน

สำหรับคำที่พูดว่า การตั้งกฏ ระเบียบ ข้อบังคับ
ทำไมนะเหรอ เพราะพวกท่านทั้งหลาย ถามใจตัวเองก่อนว่าคุณมีระเบียบในชีวิตจริงๆ หรือยัง แม้ว่าคุณถูกบังคับให้อยู่ในกฏ มา เป็นเวลา 15 ปี 16 ปี แต่กระนั้น พวกท่านก็ยังมิได้ เป็นระเบียบ ถามดูอีกครั้ง หากไม่มีการควบคุมด้วยกฏ ระเบียบ ศิสปะวัฒนธรรมและ ศาสนา วันนี้พวกท่านจะเป็นอย่างไร ตอบใจตัวเองดู

ทุกวิชาที่ท่านเรียน ตอน มัธยม ต้น + ปลาย พวกท่านได้ใช้ใน มหาลัยแน่นอน ถ้ายังจำได้ ไม่ว่าจะ BBA ARTS
หรือ engineer science เป็นพื้นไป ถ้าจะบอกให้กลับไปเรียน log, exponential, paraboric หรือ อย่างอื่น ตั้งแต่ต้น ถามว่ารุ้เรื่อง หรือเปล่า ใช้เวลา 5 เดือน นั้น กระทบว่า ทำไมต้องการบ้าน เยอะ
เพราะ วิชาบางวิชา เป็น วิชา skill ความหมายคือ เน้นความชำนาญ การทำหลายๆ ครั้ง เท่านั้นเอง

เพียงมองทุกด้าน จะเห็นทุกจุดที่ดีและเสีย

เพราะในความคิดผม กระทรวงทำระบบการศึกษา ด้วย ตำรา ไม่ได้คิดถึงความเป็น pratical ใช้ COPY แต่ ไม่ ADAPTIVE ยิ่งวัน แบบเรียนยิ่งยากเกินไป จากที่ดูนะ เพราะคิดแค่ว่า ยาก จะได้เก่ง แต่ 5555 ไปเรียนเองสิ พวกเขามองอยู่ด้านเดียวนั้นเอง
แว่บ ๆ เข้ามาอ่านแล้ว ..

โดนครับ >_<!!

Ps, เรื่องที่ถามไป ตอบไปให้แล้วในคอมเมนท์เอ็นทรี่ที่ถามแล้วนะครับ

#6 By kunemata on 2009-08-15 07:55

อ่า ขอบคุณจ้า

ไว้ว่างๆ ถ้าไม่ลืม จะไปดูบล็อก

55+

#7 By Assassingao on 2009-08-23 08:12